Ubisoft เปิดตัว Ubisoft Quartz – การเอา NFTs มาลงในเกมส์

Ubisoft เปิดตัว Ubisoft Quartz – การเอา NFTs มาลงในเกมส์

Ubisoft ทำการเปิดตัวโครงการ Ubisoft Quartz ความพยายามในการนำเอา blockchain technology มาลงในเกมส์ โดยจะประเดิมด้วย NFTs ภายในเกมส์ Ghost Recon: Breakpoint เมื่อไม่นานมานี้ (7 ธ.ค. 2564) Ubisoft ได้ประกาศเปิดตัวถึงโครงการความพยายามในการประยุกต์นำเอา Blockchain Technology มาลงในเกมส์ – Ubisoft Quartz ที่จะทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มใหม่ในการให้ได้มาซึ่ง NFTs ภายในเกมส์ต่าง ๆ ของบริษัท

ซึ่งจะมีการทดสอบแพลตฟอร์มในเวอร์ชั่น Beta ภายในช่วงปลายเดือนนี้ 

และเกมส์แรกที่จะมีการประยุกต์ใช้ก็คือ Ghost Recon: Breakpoint ในเวอร์ชั่น PC ที่จะเปิดให้มีการใช้งาน NFTs หรือที่ในเกมส์มีชื่อเรียกแทนว่า Digits – ที่จะอยู่ในรูปของสิ่งตกแต่งภายในเกมส์เช่น อาวุธ, ยานพาหนะ และเครื่องแต่งกาย เป็นต้น

ตัวแทนของ Ubisoft ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง GamesIndustry.biz ว่า NFTs ของพวกเขานั้น “จะเป็นแค่ของตกแต่งที่ไม่มีผลต่อการเล่นเท่านั้น และตลอดไป” แต่พวกเขานั้นจะสามารถทำการปลดล็อคพิมพ์เขียวสำหรับไอเทมที่มีความใกล้เคียงได้ ถ้าหากผู้เล่นนั้นไม่ได้ดำเนินการดังกล่าวไปเป็นที่เรียบร้อย

NFTs แต่ละชิ้นจะมีเลขรหัส (serial number) ที่สามารถเห็นได้ภายในเกมส์ ที่ซึ่งสามารถทำการซื้อขายให้แก่ผู้เล่นคนอื่น ๆ บนแพลตฟอร์มได้ โดยตัวแทนของ Ubisoft ได้กล่าวเพิ่มเติมว่าบริษัทจะไม่เก็บค่าบริการในการแลกเปลี่ยนของการซื้อขายต่าง ๆ บนแพลตฟอร์มนี้

นอกจากนี้ผู้เล่นที่ถูกแบนจากเกมส์นั้น จะยังสามารถทำการขาย NFTs ของตัวเองได้ แต่พวกเขาจะไม่สามารถได้รับ NFTs เพิ่มเติมภายในระยะเวลาของการแบน ไม่ว่าจะผ่านทางแพลตฟอร์มเอง หรือช่องทางภายนอก

Nicolas Pouard รองประธานฝ่าย Strategic Innovation Lab ของบริษัทได้กล่าวว่า “Quartz ถือว่าเป็นก้าวแรกในวิสัยทัศน์ที่มีความทะเยอทะยานของเราสำหรับการสร้าง/พัฒนา Metaverse อย่างแท้จริง” “และมันไม่สามารถเป็นจริงได้โดยไม่ก้าวข้ามข้อจำกัดเบื้องต้นของ Blockchain Technology สำหรับการเล่นเกมส์ที่ก็รวมไปถึงความสามารถในการปรับขยาย (scalability) และการใช้พลังงาน

NFTs ของ Ubisoft นั้นจะใช้งาน Tezos proof-of-stake blockchain และการใช้งานแพลตฟอร์มนั้น ผู้ใช้งานต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีขึ้นไป (ในเวลานี้ระบบจะเปิดให้ใช้งานในพื้นที่สหรัฐอเมริกาเท่านั้น)

การ์ทเนอร์ คาดการณ์ มูลค่าตลาดไอทีโลกปี 65 – ไทยจะโตขึ้น 6.4%

การ์ทเนอร์ ได้ทำการเปิดเผยรายงานคาดการณ์ มูลค่าตลาดไอทีโลกปี 65 เติบโตเกินกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่ไทยเติบโต 6.4% มูลค่า 8.7 แสนล้าน มูลค่าตลาดไอทีโลกปี 65 – กรุงเทพฯ, ประเทศไทย 8 ธันวาคม 2564 — การ์ทเนอร์คาดการณ์แนวโน้มการใช้จ่ายไอทีทั่วโลกปี 2565 จะมีมูลค่า 4.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 5.5% จากปี 2564 

นายจอห์น-เดวิด เลิฟล็อค รองประธานฝ่ายวิจัย บริษัท การ์ทเนอร์  กล่าวว่า “องค์กรธุรกิจจะพัฒนาสร้างเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์ใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น แทนที่จะเป็นการซื้อและเอาไปใช้ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าการใช้จ่ายไอทีปี 2565 เติบโตลดลง เมื่อเทียบกับปี 2564”

อย่างไรก็ตาม การสร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลยังเป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สำคัญอันดับต้น ๆ ขององค์กรต่าง ๆ เนื่องจากพวกเขายังมุ่งมั่นสร้างและพัฒนาวิถีการทำงานในอนาคตอย่างต่อเนื่อง และเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเสริมเกราะความปลอดภัย รวมถึงรองรับการทำงานในแบบไฮบริดของพนักงานที่จะทวีความซับซ้อนมากขึ้นในปีหน้า” 

ในปี 2565 คาดว่ามูลค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์ระดับองค์กรจะเติบโตสูงที่สุดถึง 11.5% (ตามตารางที่ 1) ที่ได้แรงขับจากการใช้จ่ายในซอฟต์แวร์โครงสร้างพื้นฐานที่เติบโตแซงหน้าซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่น  และการใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ดีไวซ์ทั่วโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดในปีนี้ (15.1%) เป็นผลมาจากกิจกรรมแบบรีโมทต่าง ๆ อาทิ การทำงาน การดูแลสุขภาพและการเรียนการสอนทางไกลที่ขยายตัวต่อเนื่อง แต่การ์ทเนอร์คาดว่าในปี 2565 จะยังเห็นการเพิ่มขึ้นขององค์กรที่อัปเกรดอุปกรณ์และ/หรือลงทุนในอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อหลากหลายเพื่อสร้างการเติบโตและใช้ตั้งค่าการทำงานแบบไฮบริด

คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายด้านไอทีของประเทศไทย การใช้จ่ายผลิตภัณฑ์และบริการเทคโนโลยีในประเทศไทยในปีหน้าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 6.4% เทียบจากปีนี้ หรือคิดเป็นมูลค่า 8.7 แสนล้านบาท

โดยบริการด้านการสื่อารเป็นตลาดที่มีมูลค่าการใช้จ่ายไอทีที่ใหญ่ที่สุด แต่คาดว่าจะเติบโตต่ำสุดในปี 2565 

มูลค่าใช้จ่ายในหมวดอุปกรณ์ดีไวซ์ (สำหรับคอมพิวเตอร์พีซีและแท็บเล็ตเป็นหลัก) จะโตสูงสุดที่ 21.7% ในปี 2564 ตามที่การทำงานระยะไกลและการเรียนรู้ทางไกลกลายเป็นวิถีใหม่ โดยผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจต่างอัปเกรดอุปกรณ์และ/หรือลงทุนในอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อหลากหลายเครื่องเพื่อใช้ทำงานระยะไกลและแบบไฮบริด

การ์ทเนอร์ยังคาดการณ์ด้วยว่าซอฟต์แวร์ระดับองค์กรจะเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าการใช้จ่ายเติบโตสูงที่สุดในปี 2565 เพิ่มขึ้นที่ 14.8% จากปีก่อน

Credit : แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว | แต่งบ้านและสวน | พระเครื่อง | รีวิวกล้องถ่ายรูป